นิติเวชศาสตร์ คืออะไร ?

นิติเวชศาสตร์ คืออะไร ?

นิติเวชศาสตร์

 

นิติเวชศาสตร์ คือ วิชาแพทย์ สาขาหนึ่ง ที่เกี่ยวข้อง กับกฎหมาย ซึ่งนำเอา วิชาแพทย์ ทุกสาขา ไปประยุกต์ เพื่อประโยชน์ แก่ขบวนการยุติธรรม ในปัจจุบันนี้ ได้มีการวิวัฒนาการ เจริญไปมาก เช่นเดียวกัน วิชาแพทย์สาขาอื่น ๆ และได้แยกออกเป็น วิชาย่อย หลายสาขา ด้วยกัน คือ

1. นิติพยาธิวิทยา ( Forensic Pathology )

เป็นวิชา ที่ศึกษา ถึงเรื่องการเสียชีวิตต่าง ๆ ที่ผิดธรรมชาติ รวมทั้ง การเสียชีวิตโดยธรรมชาติ แบบกระทันหัน และไม่คาดคิด ซึ่งเป็นการเสียชีวิต ที่ส่วนใหญ่ ยังไม่ทราบสาเหตุ เพื่อแยกว่า ไม่ใช่เป็นการเสียชีวิต ที่ผิดธรรมชาติ

การเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ ในบางครั้ง การชันสูตรพลิกศพ อย่างเดียว ก็ไม่สามารถ บอกถึงสาเหตุ การเสียชีวิตได้ จำต้องทำการผ่าตัด หาสาเหตุ ของการเสียชีวิตได้

เช่น การเสียชีวิตจากยาบางชนิด เช่น กินยานอนหลับเกินขนาด ต้องเอาของเหลว ในกระเพาะอาหาร เลือด น้ำปัสสาวะ ไปตรวจหายา ที่เกินขนาดทางพิษวิทยา เป็นต้น

การตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิต อย่างละเอียด ร่วมกับ การไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ และการซักประวัติ สามารถจะบอกถึง พฤติการณ์ที่การเสียชีวิต ได้ว่า การเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาตินั้น เป็นการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ หรือการฆ่าตัวเองตาย หรือถูกฆาตกรรม

นอกจากนั้น ยังสามารถ ช่วยพนักงานสอบสวน ในเรื่องพิสูจน์ตัวบุคคล โดยตรวจศพ และชิ้นส่วนของศพ ประมวลเวลาที่ศพได้เสียชีวิต โดยอาศัย การเปลี่ยนแปลง ของศพ ภายหลังเสียชีวิต

นิติเวชศาสตร์

สนใจจ้างนักสืบได้ที่ thailand private investigator

 

2. พิษวิทยา ( Toxicology )

เป็นวิชา ที่ศึกษา เกี่ยวกับยาพิษ และสารพิษ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะ มาจากสารเคมี จากพืช และจากสัตว์ อาจแยกออกเป็นสาขาต่าง ๆ ดังนี้

2.1 นิติพิษวิทยา ( Forensic Toxicology ) เป็นการตรวจหาสารพิษ ในอวัยวะต่าง ๆ ของคนตาย รวมถึงจากเลือด น้ำดี น้ำไขสันหลัง และน้ำปัสสาวะ ที่สงสัยว่า จะเสียชีวิตจากสารพิษ

2.2 พิษวิทยาคลินิก ( Clinical Toxicology ) เป็นการตรวจหาสารพิษ ในผู้ป่วย ที่ถูกสารพิษ ว่ามีขนาดมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะ เป็นสารพิษ ชนิดไหน เพื่อจะได้ ให้ยาแก้พิษ ที่ถูกต้อง รวมถึง การรักษาที่ถูกต้อง

2.3 พิษวิทยาอุตสาหกรรม ( Industrial Toxicology ) เป็นการตรวจหาสารพิษ ในคนงาน ที่ทำงาน ในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาทิ โรงงานทำแบตเตอรี่ อาจจะมีอาการ ของพิษสารตะกั่ว โรงงานทำถ่านไฟฉาย อาจจะมีอาการของพิษสารแมงกานีส เป็นต้น

2.4 พิษวิทยาสิ่งแวดล้อม (Environmental Toxicology) เป็นการตรวจหาสารพิษ จากสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ อาทิ อากาศเป็นพิษ จากแก๊สคาร์บอนมอนน๊อกไซด์ ที่เกิดจาก ท่อไอเสียของรถยนต์

มลภาวะไม่ดี จากโรงงานปล่อยของเสีย ออกจากโรงงาน ไม่ว่าจะเป็น น้ำเสีย หรือควัน จากการเผาไหม้ ถ้าไม่มี การควบคุม โรงงานให้ดี  อาจจะเกิดพิษ ต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะคนที่พักอาศัย อยู่ใกล้โรงงาน

2.5 พิษวิทยาผู้อุปโภค ( Consumer Toxicology ) เป็นการตรวจหาสารพิษ ในอาหารต่าง ๆ อาทิ นมจากแถวประเทศสแกนดิเนเวีย มีสารกัมมันตภาพรังสี ที่มีในนม อาจมีปริมาณ ที่เป็นอันตราย ได้ถ้าทานบ่อย ๆ

การใช้กรดซัลฟูริค แทนน้ำส้มสายชู นอกจากนั้น ยังมีสารพิษชนิดต่าง ๆ ที่อาจจะปนมาโดยบังเอิญ หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ของผู้ขายก็ได้

2.6 พิษวิทยาอวกาศหรือการสงคราม ( Aviations & Chemical Warfare Toxicology ) เป็นการตรวจหาสารพิษ ที่ใช้ในสงคราม อาทิ ฝนเหลือง ที่อาจจะทำอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และพืชพันธุ์ได้

 

3. นิติเวชคลินิก ( Clinical Jurisprudence or Clinical Forensic Medicine )

หมายถึง การตรวจผู้ป่วย ที่แพทย์ ตรวจแล้ว ต้องให้ความเห็น แก่พนักงานสอบสวน โดยอาศัย จากอาการ และการตรวจร่างกาย และสิ่งตรวจพบ วัตถุพยานต่าง ๆ

เช่น ผู้ป่วยถูกข่มขืนกระทำชำเรา ผู้ป่วยได้รับอันตรายเกิดบาดแผลชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจากอุบัติเหตุ ทำตัวเอง หรือถูกทำร้ายจากบุคคลอื่น ผู้ป่วยถูกสารพิษชนิดต่าง ๆ ถูกสารทางกายภาพ เช่น ความร้อน ไฟฟ้า เป็นต้น

ได้รับอันตราย จากการขาดอากาศ เช่น จมน้ำ แขวนคอ เป็นต้น รวมถึงบุคคลต่าง ๆ ที่พนักงานสอบสวน ส่งมาให้แพทย์ ทำการตรวจได้ เช่น คนถูกวางยาสลบชนิดต่าง ๆ โสเภณี หญิงถูกข่มขืนกระทำชำเรา ตรวจอายุบุคคลว่าอายุเท่าไร เป็นต้น

นอกจากนั้น ผู้ป่วยที่อาจได้รับค่าชดเชยจากกรมแรงงาน แพทย์ก็จะต้องตรวจผู้ป่วยและให้ความเห็นแก่กรมแรงงานว่าการที่ผู้ป่วยได้รับอันตรายบาดเจ็บ ต้องพิการสูญเสียอวัยวะคิด เป็นกี่เปอร์เซนต์เพื่อจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้บาดเจ็บ

การตรวจผู้ป่วยคดีชนิดต่าง ๆ นี้ การที่แพทย์ให้ความเห็นแก่พนักงานสอบสวนในทางคดีอาญาอาจนำไปใช้ในคดีแพ่งเกี่ยวกับฟ้องร้องในเรื่องละเมิดได้อีกด้วย

การทำพินัยกรรมของผู้ป่วยอาจจะต้องให้แพทย์เป็นพยานเพื่อรับรองว่าขณะทำพินัยกรรมผู้ป่วยมีสติสัมปชัญญะดี ไม่หมดสติ หรือสติฟั่นเฟือน หรือวิกลจริต

4. นิติซีโรวิทยา ( Forensic Serology )

เป็นวิชาที่ตรวจเลือด และน้ำเหลือง ในส่วนที่เกี่ยวกับ Antigen and Antibody และ DNA

5. วัตถุพยานทางชีววิทยา ( Biological trace evidence )

เป็นการตรวจวัตถุพยานทางชีววิทยา เช่น เลือด น้ำลาย ขน เส้นผม ตัวอสุจิ และน้ำอสุจิ เป็นต้น เป็นการตรวจยืนยันว่าเป็นของใครในที่เกิดเหตุ และที่พบในร่างกายของผู้เสียหาย

6. แอลกอฮอล์กับเวชศาสตร์การจราจร ( Alcohol and Traffic Medicine )

เป็นการตรวจหาความเมาโดยการวิเคราะห์หาปริมาณแอกอฮอล์ในเลือดในคนขับยวดยานชนิดต่าง ๆ และที่ตายจากอุบัติเหตุการจราจร รวมทั้งโรคชนิดต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุการจราจรได้ เช่น โรคลมชัก โรคหลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบและอุดตัน เป็นต้น

7. นิติจิตเวชศาสตร์ ( Forensic Psychiatry )

เป็นแขนงหนึ่ง ของสาขาวิชาจิตเวชศาสตร์ ( Psychiatry ) เป็นวิชา ที่ว่าด้วย เรื่องทางจิต และโรคทางจิต เช่น มีจิตบกพร่อง โรคจิต หรือจิตฟั่นเฟือน มีประโยชน์มากในกระบวนการยุติธรรมทั้งในคดีอาญาและในคดีแพ่ง

8. การตรวจฟันทางนิติเวชศาสตร์ ( Forensic Odontology )

เป็นวิชาหนึ่งของวิชาทันตแพทย์ ในเรื่องของการตรวจฟัน เช่น ตรวจเรื่องอายุ การตรวจเพื่อพิสูจน์ตัวบุคคล โดยเปรียบเทียบกับ การบันทึก ของฟัน ขณะที่มีชีวิตอยู่ กับลักษณะฟันของคนตาย โดยเฉพาะในรายเน่ามาก ๆ หรือศพที่พบในกองเพลิง

9. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ ( Law related to Medicine )

ได้แก่ พระราชบัญญัติการประกอบวิชาชีพเวชกรรม พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พระราชบัญญัติการพยาบาลและผดุงครรภ์ พระราชบัญญัติยา เป็นต้น

นิติเวชศาสตร์ ถือว่าเป็นคณะ ที่สามารถต่อยอด ไปเป็นนักสืบต่อได้เลย

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *