รีวิวภาพยนตร์ Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings

รีวิวภาพยนตร์ Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings

Shang-Chi

 

Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings : ชาง-ชี กับตำนานลับเท็นริงส์ ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร สัญชาติอเมริกัน ผลิตโดย Marvel Studios กำกับภาพยนตร์โดย Destin Daniel Cretton

 

เล่าเรื่องราวของ ชอน ชายหนุ่ม ผู้มีชีวิต อย่างไร้จุดหมาย ไปพร้อมกับ เคธี่ สาวสายซิ่ง เพื่อนสนิท ที่โต มาด้วยกัน ในเมืองซานฟรานซิสโก

เมืองเดียว กับที่เคย เกิดเรื่องวุ่นวาย ใน ANT-MAN พวกเขา รับรู้ ถึงเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ภายหลัง สงคราม ที่กวาดล้าง และเรียกคืน ผู้คน จากครึ่งจักรวาลใน AVENGERS: ENDGAME และพยายาม ใช้ชีวิต ในแบบ ที่พวกเขาเชื่อ

จนกระทั่งวันหนึ่ง พวกเขา ถูกตามล่า และโจมตี โดยคนขององค์กร ที่ชั่วร้าย Ten Rings องค์กร ที่คอยบงการ ประวัติศาสตร์ และครอบครอง วงแหวน ทั้งสิบ ที่สามารถ มอบพลัง ในการต่อสู้ อย่างไร้ขีดจำกัด และยัง มอบชีวิตอมตะ

พวกเขา ทั้งสอง ได้ตัดสินใจ ออกตามหา น้องสาวของชอน ที่ถูกพรากไป ตั้งแต่เด็ก ก่อนที่ พวกเขา จะได้พบ ความจริง อันน่าตกตะลึง ของครอบครัวชอน

ที่แท้จริงแล้ว คือ ชาง-ชี สายเลือด ของเหวินหวู่ หัวหน้าขององค์กร เทนส์ริง ที่มีพลัง สามารถทำลายล้างจักรวาลได้ ชอน ต้องเผชิญหน้า กับอดีต อันมืดมน ที่เขา เก็บซ่อน เพื่อรวบรวม ครอบครัว ที่แตกแยก และพิทักษ์โลกใบนี้ ในเวลา เพียงอีกไม่กี่วัน เท่านั้น

 

Shang-Chi

 

เรื่องราว สูตรสำเร็จ หนังฮีโร่ ตัวละครหลัก ของเรื่อง มีปม มีปัญหา พยายามหลบหนี จากอดีต หรือปัญหาของครอบครัว และพยายาม จะใช้ชีวิตใหม่ ก่อนที่จะ ได้พบเจอ เรื่องราว ที่ไม่คาดฝัน ที่เปลี่ยนแปลง ชีวิตตัวเอง และคนรอบตัว ซึ่งก็มีแค่นี้แหละ

แต่สิ่งที่ ทำได้ แปลกใหม่กว่า คือ สไตล์ การเล่าเรื่อง ที่ผสาน ความเป็น วัฒนธรรมอเมริกัน และวัฒนธรรมจีน ที่มีความประณีต แต่ก็รวดเร็ว ฉับไว

แทบไม่มี ช่วงไหน ที่รู้สึกเบื่อเลย ไหนจะฉาก ที่โคตร จะโรแมนติก ในช่วงแรก ของโลก ที่ถ้าเล่า ออกมา ไม่ดี จะทำให้ มันดูตลก แต่หนัง ก็ทำให้ มันสวยงามได้

แม้จะมี บางช่วง ที่แอบเนือย ๆ แต่หนัง ก็รีบเล่า ไปใน จุดที่คนดู อยากเห็น ได้ทัน ก่อนจะกลายเป็นอืด พร้อมทั้ง สามารถ แบ่งสัดส่วน การเล่าเรื่อง ระหว่างบท ที่เข้มข้น ในระดับหนึ่ง และฉากต่อสู้

ฉากโชว์พลัง ที่ทำออกมา ได้เท่ และดูไม่โดด ไปจาก ความเป็นหนังอเมริกัน แม้จะมี ความคล้าย ลมปราณกังฟู แต่มัน ถูกเอามาตีความ ในแบบมุมมอง ที่คนทั่วไป ก็สามารถ เข้าถึงได้

มีการเล่า สลับไปมา ระหว่างแฟลชแบ็ค เป็นระยะ ๆ ที่ไม่ได้ เล่าทีเดียวจบ แต่เล่า ออกเป็นช่วง ๆ และสอดแทรก ออกมา เพื่อขับเน้น เรื่องราว ที่ชวนสะเทือนใจ และซาบซึ้ง

สลับกับ มุกตลก ของตัวละคร ที่ไม่ถี่ แต่ก็ตลก ชวนอมยิ้ม ใช้ได้ ซึ่งยอมรับ เลยว่า หนังก็ทำได้ดี  แต่ก็อยากให้ หนังขยี้ มากกว่านี้ บางฉากสำคัญ กำลังจะอิน ก็ดันตัด ข้ามไป ที่ฉากต่อสู้เลย อย่างน่าเสียดาย

ฉากสุดอลังการ ที่ใส่มา จัดเต็ม แบบไม่กลัว ว่าภาคต่อ จะไม่ได้เล่า โดยก็ยังสนุก เพลย์เซฟ ตามสไตล์หนังภาคต้น แต่ก็ไม่วาย มีทิ้งฉาก เอนเครดิต ไว้ 2 ตัว ซึ่งชวนฮือฮา และทำให้ รู้ได้ทันที ว่าจักรวาล MCU มาไกล และไม่มีวันเป็นเหมือนเดิม

 

 

ตัวละคร ของเรื่อง ต่างก็มีมูลเหตุ จูงใจ ที่ลึกซึ้ง และซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็น ชอน หรือ ชางชี ตัวละคร ที่ดูเผิน ๆ เหมือนคน ที่มีอารมณ์ขัน ที่เป็นเหมือน ตัวตลก ในหนังอเมริกัน

แต่ไม่ใช่ ในหนังเดี่ยวของเขา เขาต้อง แบกรับ ความเจ็บปวด จากในอดีต ที่ทำให้ ครอบครัว กระจาย ห่างกันไป จนต้องกลายเป็น คนที่จริงจัง ทั้งในการต่อสู้ แต่ก็ยัง มีความเป็นมิตร กับคนรอบ ๆ ตัว ยกเว้นศัตรู

เหวินหวู่ ชายมีอายุ ที่สามารถ ใช้พลังวิเศษ ในการเรียกเวทย์ เพื่อต่อสู้ แต่จริง ๆ เขาก็คือ คนที่เปราะบาง และโหยหาเป้าหมาย ในชีวิต จนได้พบแล้ว แต่ทุกอย่าง ก็ได้เปลี่ยนไป เพราะโลกสุดโหดร้าย ทำให้เขา ต้องปะทะ กับลูกชาย ของเขาเอง

เซียหลิง หญิงสาว ผู้เติบโต มาพร้อมกับชางชี ที่มีปม ถูกพ่อมองข้าม ตลอดเวลา จนกระทั่ง เธอดิ้นรน ค้นพบหนทางตัวเอง โดยไม่หวัง ให้ใคร มาช่วย พร้อมท่วงท่า การควงมีด สุดเท่ และขโมยซีน ในทุกฉาก โดยไม่ห่วงสวย

เคธี่ ตัวแทนของคนตลก ที่ใช้ชีวิต ในแบบที่ตัวเองเลือก โดยไม่สนใจ ว่าใคร จะว่ายังไง ขอแค่ มีคนคอย ให้กำลังใจ และผลักดัน เธอก็จะกลายเป็น คนในแบบ ที่คาดไม่ถึง ได้เหมือนกัน ไฮโลออนไลน์

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *